ยาที่เคยให้....อาจไม่ช่วยอย่างที่คิด

IV drug use during life support don't improve survival

source : JAMA 2009:302:2222-9

"ยาที่เคยใช้ในการทำ ACLS อาจไม่ช่วยให้ผู้ป่วยรอดมากขึ้น".
 
การศึกษาล่าสุดพบว่า ยาที่ใช้ในการปั้มหัวใจ อันได้แก่ Adrenaline, Atropine และ Cordarone นั้น อาจจะไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตมากขึ้นอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Adrenaline ที่มาการใช้ในปัจจุบันนั้น หลักฐานสนับสนุนกลับเป็นงานวิจัยระดับ Preclinic เสียเป็นส่วนใหญ่ 
งานวิจัยจาก Oslo University Hospital ทำการศึกษาในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นจากนอกรพ. (out-of-hospital cardiac arrest:OHCA) ที่ได้รับการกู้ชีพโดยหน่วย ambulance ระหว่างเดือน พค 2003 ถึงเดือน เม.ย.2008 จำนวนทั้งสิ้น 851 คน โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการทำ ACLS แบบได้รับยา 418 คน  และผู้ป่วยที่ได้รับการทำ ACLS แบบไม่ได้รับยา 443 คน
 
ผลการศึกษาพบว่ายาไม่ได้ช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิตจนถึงกลับบ้าน (Survival to hospital discharge) มากขึ้นกว่าเดิม  โดยพบว่า อัตราการรอดชีวิตระยะสั้นโดยรวม (Short term survival) ของผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยาระหว่างการปั้มหัวใจดีกว่า(40%) เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยา (25%)  โดยแจกแจงเป็น
 
อัตราการรอดชีวิตไปจนถึงได้ขึ้น admit ที่ ICU (Survival to ICU admission) เท่ากับ 30% (ได้ยา)vs 20% (ไม่ได้ยา)
อัตราการรอดชีวิตไปจนถึงได้กลับบ้าน (Survival to hospital discharge) เท่ากับ 10.5%(ได้ยา) vs 9.2%(ไม่ได้ยา)*
อัตราการรอดชีวิต และไม่พิการทางสมอง (Survive with favorable Neurological outcome) เท่ากับ 9.8(ได้ยา) % vs 8.2%(ไม่ได้ยา)*
 
* ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
 
และพบว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตในรพ.ในทั้งสองกลุ่มนั้น มีภาวะ severe cerebral damage พอๆกัน
Dr.Olasveengen และคณะ กล่าวว่า " ถึงการใช้ยาในการ resuscitation ผู้ป่วย  จะทำให้เราช่วยชีวิตเขาได้ แต่อย่างไรก็ยังมีภาวะ irreversible cerebral damage อยู่ดี  หากเป็นเช่นนี้แล้ว การ resuscitate ผู้ป่วยจะทำให้เตียง ICU ของเราที่เต็มมากอยู๋แล้วเกิดภาวะ overburdened มากยิ่งขึ้นไปอีก "
 
"แต่งานวิจัยนี้ค้นพบข้อมูลที่น่าในใจยอ่างหนึ่งคือ Highly trained Paramedics นั้นสามารถให้ยา IV drug ระหว่างการทำ resuscitation ได้โดยไม่ทำให้คุณภาพการ CPR ลดลงเลย   เป็นการพิสูจน์ข้อกังขาที่เคียมีการถกเถียงกันว่า การให้ยาระหว่างการทำ CPR อาจทำให้เกิดการเบี่ยงเบนความสนใจจากการทำ CPR ไปและทำให้คุณภาพการ CPR ลดลงได้ "
 
"ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้คือเป้นเพียงผลการศึกษาจากสถาบันเดียว และผลการศึกษานี้อาจยังไม่สามารถ Apply ได้กับที่อื่นๆ เนื่องด้วยปัจจัยทาง EMS system , ระบบการ training , โครงสร้างภายใจ และ แนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน  และยังคงต้องการการศึกษาต่อเพิ่มเติมใน Study ที่ใหญ่กว่านี้   ส่วนหนึ่งที่เราพอบอกได้คือ เราอาจะสามารถทำการศึกษาเกี่ยวกับการไม่ให้ยา ACLS ได้อีก  เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้เราได้พิสูจน์มาแล้วว่ายาไม่ช่วยอะไร  อาจจะทำให้เราข้ามผ่านความกังวลในด้านภาวะจริยธรรมการวิจ้ยและศึกษาเรื่อง นี้กันได้มากขึ้น " คณะผู้วิจัยกล่าว
 
Disclaimer : Dr. Olasveengen ได้รับค่าวิทยากรจากบริษัท Medtronic inc. และได้รับ Research support จากบริษัท Laerdal medical corp.
(JAMA 2009:302:2222-9)