CPR2005

warning: Creating default object from empty value in /home/thaicpr/public_html/modules/taxonomy/taxonomy.pages.inc on line 33.

บทที่ 10.2: พิษวิทยา

10.2.1 บทนำ

ภาวะได้รับสารพิษ (poisoning) เป็นสาเหตุของหัวใจหยุดเต้น ที่พบได้ไม่มากในผู้สูงอายุ แต่เป็นสาเหตุพบบ่อยในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 40 ปี
เมื่อผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ควรรีบประเมิน ABC (airway, breathing, circulation) และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาหรือศูนย์พิษวิทยาทันที เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มี standard guideline ในการดูแลภาวะเร่งด่วนทางหัวใจในผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษเฉียบพลัน

บทที่ 10.1: ความผิดปกติของ Electrolyte ที่ทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

10.1.1 บทนำ

ความผิดปกติของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย มีส่วนสัมพันธ์กับภาวะฉุกเฉินทางหัวใจและหลอดเลือดได้บ่อย ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น และเพิ่มความยากลำบากในการช่วยชีวิต นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายควรได้รับการแก้ไขภาวะผิดปกติของสารน้ำอย่างเร่งด่วนก่อนที่จะได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

บทที่ 9: ภาวะอัมพาตในผู้ใหญ่

9.1 บทนำ

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้น ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 700,000 รายต่อปีในประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นสาเหตุการตายอันดับที่สามในประเทศสหรัฐอเมริกา  การป้องกันและรักษา รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองที่มีความพิการจึงได้รับการพัฒนามากขึ้นซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงมาตรการในการวินิจฉัยรวมถึงการรักษาในระยะชั่วโมงแรกในผู้ป่วยดังกล่าว ด้วยหลักการ 7 D’s คือ Detection, Dispatch, Delivery, Door, Data, Decision, Drug administration

บทที่ 8: การดูแลผู้ป่วยหัวใจขาดเลือด

8.1 บทนำและคำนิยาม

บทที่ 7.5: การดูแลหลังจากการช่วยชีวิต

7.5.1 บทนำ

มีหลักฐานระดับสุ่มตัวอย่างศึกษาที่เจาะลึกเฉพาะปัญหาการดูแลผู้ป่วยในระยะหลังจากการช่วยชีวิต (postresuscitation care) ไม่มาก แต่การดูแลในระยะนี้ก็มีส่วนช่วยให้อัตราการตายในระยะสั้นของผู้ป่วยที่มี hemodynamic instability และmulti-organ failure รวมทั้งอัตราตายและอัตราการเกิดทุพลภาพของผู้ป่วยที่มี brain injury ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1 ในบทนี้จะสรุปความเข้าใจของเราในเรื่อง hemodynamic, neurologic, และ metabolic abnormalities ของผู้ป่วยที่เกิดหัวใจหยุดเต้น ซึ่งได้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาเป็นลำดับ
เป้าหมายของการดูแลระยะหลังจากการช่วยชีวิตคือเพื่อ 

บทที่ 7.4: การมอนิเตอร์และการให้ยา

7.4.1 บทนำ

ในบทนี้จะให้ภาพรวมของเทคนิคการมอนิเตอร์และการให้ยาแก่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ทั้งในระยะ ก่อน ระหว่าง และหลังจากที่เกิดหัวใจหยุดเต้นแล้ว

บทที่ 7.3: การรักษา Bradycardia และ Tachycardia ที่มีอาการ

7.3.1 บทนำ

ภาวะ arrhythmia เป็นเหตุที่พบบ่อยของการตายอย่างกะทันหัน เมื่อผู้ป่วยหมดสติหรือมีอาการของหัวใจขาดเลือดควรมอนิเตอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ชักช้าควรใช้ตัว paddle วางเป็นขั้วไฟฟ้าหรือใช้ pad ชนิดมีกาวเหนียวแปะแล้วต่อกับเครื่องช็อกไฟฟ้าแบบด้วยมือหรือแบบอัตโนมัติเพื่อวินิจฉัยก่อน สำหรับผู้ป่วยที่หัวใจขาดเลือด ความเสี่ยงที่จะเกิด arrhythmias ระดับอันตรายมักเกิดใน 4 ชั่วโมงแรกหลังจากมีอาการ (ดูบทที่ 8) 1

บทที่ 7.2: การจัดการภาวะหัวใจหยุดเต้น

7.2.1 บทนำ

มี rhythm สี่แบบที่นำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือเกิด pulseless cardiac arrest ได้แก่ ventricular fibrillation (VF), pulseless ventricular tachycardia (VT), pulseless electrical activity (PEA), และ asystole การจะช่วยให้ผู้เกิดภาวะทั้งสี่นี้รอดชีวิตต้องอาศัยทั้งการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (BLS) และการช่วยชีวิตขั้นสูง (ACLS)

Syndicate content