ไทยรัฐออนไลน์: เพลง"สุขกันเถอะเรา"เหมาะสมใช้ช่วยชีวิตคนมากที่สุด

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2554 http://m.thairath.co.th/TRMobileSite/content@Content.service?id=151213

“สุขกันเถอะเรา” เพลงสำหรับการช่วยชีวิตแนวใหม่ แพทย์ไทย เผยใช้เป็นจังหวะกดหน้าอกปั๊มหัวใจได้ดีที่สุด หลังทั่วโลกปรับมาตรฐานการกู้ชีพไม่ต้องใช้ “เมาท์ ทู เมาท์” พบอัตราการรอดเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว...

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ประธานมูลนิธิสอนช่วยชีวิต และผอ.รพ.พญาไท 2 เปิดเผยถึงเทคนิคการช่วยชีวิตด้วยวิธี CPR หรือ Cardio Pulmonary Resuscitation ด้วยการใช้เพลงเป็นสื่อ ว่า ในปี 2554ทั่วโลกได้มีการปรับมาตรฐานของการช่วยชีวิตด้วยวิธี CPR ใหม่ จากการช่วยชีวิตด้วยการเป่าปาก(Mouth to Mouth )และกดหน้าอก เป็นการช่วยชีวิตด้วยมืออย่างเดียวหรือ Hands only CPR ซึ่งจะทำให้คนทั่วไปสามารถช่วยชีวิตคนอื่นได้ง่ายขึ้น

นพ.สันต์ กล่าวว่า การเสียชีวิตอย่างกระทันหันส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายนอกโรงพยาบาล จากสถิติพบว่า ในบรรดาผู้หมดสตินอกโรงพยาบาลมีเพียง 20% เท่านั้น ที่ได้รับการช่วยชีวิตโดยคนที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งๆที่หากได้รับการช่วยชีวิตทันที จะเพิ่มความสำเร็จของการฟื้นคืนชีพได้ถึง 1 เท่าตัว และว่ามาตรฐานใหม่นี้เป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกปฏิบัติร่วมกันเพื่อใช้ช่วยชีวิต คนในเวลาฉุกเฉิน เป็นการช่วยฟื้นคืนชีพด้วยมือเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีตัวอย่างจากทั่วโลก ที่คนหมดสติแล้วได้รับการกดลงที่หน้าอกเพื่อช่วยบีบเลือดที่หัวใจออกไป เลี้ยงร่างกายแล้ว ทำให้สามารถฟื้นคืนชีวิตกลับมาได้อย่างปกติ

ประธาน มูลนิธิสอนช่วยชีวิต กล่าวว่า ในสหรัฐอเมริกามีการแนะนำวิธีการช่วยชีวิตด้วยมืออย่างเดียวหรือ Hands only CPR โดยให้พนักงานรับโทรศัพท์ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเป็นผู้แนะนำวิธีการ ช่วยชีวิตด้วยการกดหน้าอกผู้หมดสติ โดยคนที่อยู่ใกล้ๆ ขณะที่รอรถพยาบาลไปถึง พบว่า อัตราการฟื้นคืนชีพหลังการช่วบชีวิตเพิ่มสูงขึ้น เช่น ในเมืองซีแอตเติล มลรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีการนำระบบดังกล่าวไปใช้ จำนวนผู้หมดสติที่ได้รับการฟื้นคืนชีพจากการช่วยชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 56%

“เวลาที่พบคนหมดสติ คนส่วนใหญ่มักจะตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก จึงมีแต่คนที่ไปมุงดู แต่ไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งถ้าต้องลงไปเป่าปากคนที่เราไม่รู้จัก ก็อาจจะรู้สึกแปลกๆ ไม่กล้า แต่ถึงปี พ.ศ.นี้แล้ว อย่าลังเลที่จะช่วยชีวิตคนที่อยู่ใกล้ๆ เพราะมาตรฐานใหม่ของการช่วยชีวิตนั้นง่ายนิดเดียว แค่ใช้มือกดหน้าอกไม่ต้องกังวลเรื่องการเป่าปากอีกต่อไป ”นพ.สันต์ กล่าว

และ ว่า หลักการของการช่วยชีวิตด้วยการกดหน้าอกนั้น ตามมาตรฐาน คือกดตามจังหวะที่เหมาะสม ให้ได้จังหวะการกดมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที “มีคำถามว่า กดคำว่ากดเป็นจังหวะนั้นกดอย่างไร ในต่างประเทศ เขาใช้เพลงมาช่วยสอนการช่วยชีวิต เพลงที่ใช้คือเพลง Staying Alive ของ บีจี ซึ่งเป็นจังหวะที่พอดีในการกดหน้าอก

ส่วนในเมืองไทย ผมพยายามคิดอยู่ว่าเพลงอะไรที่เข้ากับจังหวะการกดหน้าอกได้ดีที่สุด และพบว่า เพลงสุขกันเถอะเรา ของ วงสุนทราภรณ์นั้น เป็นจังหวะที่สามารถใช้กับวิธีการช่วยชีวิตแบบ Hands only CPR ได้ดีที่สุด” นพ.สันต์ กล่าว และว่า วิธีการกดหน้าอกเพื่อช่วยชีวิตตามจังหวะเพลงนั้น ให้วางส้นมือข้างหนึ่งที่หน้าอกตรงกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง จากนั้นวางส้นมืออีกข้างประสานกัน เหยียดแขนตรง หลังตรง กดหน้าอกให้ลึก 2 นิ้ว ปล่อยหน้าอกให้เด้งกลับมาสุด กดแล้วปล่อย กดแล้วปล่อย ตามจังหวะเพลงสุขกันเถอะเรา จนกว่าความช่วยเหลือจากรถพยาบาลหรือรถฉุกเฉินจะมาถึง

ด้าน น.ส.สุจิตรา แววทอง หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลผู้ป่วยใน รพ.ราชวิถี กล่าวว่า การกดหน้าอกช่วยชีวิตด้วยเพลงสุขกันเถอะเรา เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะจังหวะในการบีบตัวของเลือดในหัวใจไปหล่อเสี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งหลังจากนำมาสอนพยาบาลและพนักงานกู้ชีพฉุกเฉินในรพ.แล้ว ทุกคนรู้สึกว่า การช่วยชีวิตไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป และก็มีตัวอย่างแล้วว่า สามารถช่วยชีวิตคนให้สุขกันเถอะเราได้จริงๆ

โดย ทีมข่าวการศึกษา
23 ก.พ. 2554, 20:00 น.